Search
Close this search box.
เรื่องจริง ที่น่ากลัว ในอนาคต

เรื่องจริง ที่น่ากลัว ในอนาคต

ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์กำลัง เปลี่ยนแปลงวิธีที่เราทำงานและใช้ชีวิต การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกล แต่กำลังเกิดขึ้นแล้วทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยจากรถยนต์ไร้คนขับ ไปจนถึงหุ่นยนต์ในร้านอาหาร เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเข้ามาแทนที่งานบางประเภท สร้างทั้งความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ  

ผมจึงอยากพาคุณไปสำรวจผลกระทบของ AI และหุ่นยนต์ต่อการทำงานในอนาคตหุ่นยนต์กำลังมา: AI และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกการทำงาน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าวเกี่ยวกับหุ่นยนต์และ AI ที่ “แย่งงานมนุษย์” เปลี่ยนจากเรื่องราวในนิยายวิทยาศาสตร์มาเป็นความจริงที่เห็นได้ชัดเจนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น:

  • รถยนต์ไร้คนขับ: ในสหรัฐฯ บริษัท Waymo ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับที่ทำ 250,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ในเมืองใหญ่ เช่น ซานฟรานซิสโกและลอสแองเจลิส งานของคนขับแท็กซี่และแอปเรียกรถกำลังถูกทดแทน
  • หุ่นยนต์ส่งอาหาร: Serve Robotics ร่วมมือกับ UberEats ใช้หุ่นยนต์ส่งอาหารในไมอามีและลอสแองเจลิส โดยมีเป้าหมายขยายเป็น 2,000 ตัวภายในสิ้นปี 2025
  • หุ่นยนต์ในร้านค้าปลีก: Sam’s Club (ในเครือ Walmart) ใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดและจัดการสินค้าคงคลัง 600 ตัวตั้งแต่ปี 2022
  • วีลแชร์ไร้คนขับ: สนามบินในเมืองต่างๆ เช่น ดีทรอยต์ อัมสเตอร์ดัม และไมอามี เริ่มใช้วีลแชร์อัตโนมัติเพื่อพาผู้โดยสารไปยังประตูขึ้นเครื่อง
  • หุ่นยนต์ในร้านอาหาร: หุ่นยนต์ “Servi” จาก Bear Robotics ช่วยเสิร์ฟอาหารในร้านอาหารชื่อดัง เช่น Denny’s และ Chili’s ส่วน “Flippy” จาก Miso Robotics ทำหน้าที่ทอดอาหารและย่างเบอร์เกอร์
  • หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย: Knightscope และ Boston Dynamics ใช้หุ่นยนต์ในการตรวจตราและงานอันตรายในห้างสรรพสินค้าและพื้นที่สาธารณะ

ในประเทศไทย แม้การนำหุ่นยนต์มาใช้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เราก็เห็นตัวอย่าง เช่น หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารในร้านอาหารบางแห่ง หรือโดรนที่ใช้ในงานเกษตรกรรมและโลจิสติกส์ 

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับเคลื่อนจากความต้องการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ

ผลกระทบต่อการจ้างงาน: ตัวเลขที่ต้องรู้

การเข้ามาของ AI และหุ่นยนต์กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของตลาดงานทั่วโลก:

  • Goldman Sachs คาดการณ์ว่า 300 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก จะได้รับผลกระทบจาก AI และระบบอัตโนมัติ
  • McKinsey ระบุว่าในสหรัฐฯ 11.8 ล้านคน จะต้องเปลี่ยนอาชีพภายในปี 2030
  • OECD ชี้ว่า 27% ของงานในประเทศพัฒนาแล้ว มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ

ในประเทศไทย อุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบรวมถึงงานในภาคบริการ (เช่น ร้านอาหาร โรงแรม) งานขับรถ งานในโรงงาน และแม้แต่งานสำนักงานที่ใช้ทักษะซ้ำๆ เช่น การป้อนข้อมูลหรือการจัดการเอกสาร นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อ:

  • ค่าแรงที่ลดลง: เมื่อมนุษย์ต้องแข่งขันกับเครื่องจักรที่ทำงานได้ถูกกว่าและเร็วกว่า
  • สวัสดิการที่ลดลง: บริษัทอาจลดงบสวัสดิการเพื่อลงทุนในเทคโนโลยี
  • การเกษียณก่อนกำหนด:ประสบการณ์ของมนุษย์อาจมีค่าน้อยกว่าประสิทธิภาพของเครื่องจักร
  • ความกดดันต่อระบบสวัสดิการ: เมื่อจำนวนคนทำงานลดลง แต่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยทำงานหรือเกษียณแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อครอบครัวและลูกหลานของคุณ การพึ่งพาเงินเดือนหรือสวัสดิการ เช่น ประกันสังคม อาจไม่เพียงพอในอนาคต การสร้าง ความมั่นคงทางการเงิน จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น 

เพื่อนๆ คิดว่า แค่เงินเดือน หรือ รายได้จากธุรกิจ ที่วิ่งตามกระแสเศรษฐกิจโลก หรือ พืชผล ที่อ้างอิงถึงดินฟ้าอากาศ  ฝน เหล่านี้ มันจะสามารถสร้าง ความมั่งคงทางการเงิน ให้ท่าน ได้ในระยะยาวหรือไม่  ลองคิดใหม่ ดีหรือไม่ ว่า การเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต กับ บริบทของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน มันสอดคล้องกันจริงๆ หรือ ?

แบ่งปันบทความนี้